การปฐมพยาบาลเมื่อถูกสุนัขกัด

โดยปกติสุนัขจะไม่กัดคน ยกเว้นกรณีที่คนรุกล้ำถิ่น (บ้านเจ้าของ) ของมัน หรือกรณีสุนัขแม่ลูกอ่อน หรือเดินใกล้เกินไปในขณะมันกินอาหาร หรือกรณีจะทำร้ายมัน หรือแหย่มันเล่น กรณีสุนัขบ้า วิ่งตาขวาง คอแข็ง น้ำลายฟูมปาก และวิ่งโซซัดโซเซ อาจวิ่งกัดคนทุกคนที่มันพบได้ เนื่องจากผู้ป่วยโรคพิษสุนัขบ้าจะตายหมด การพยาบาลและการให้คำแนะนำแก่ผู้ถูกสุนัขกัดจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง

ขั้นตอนการปฏิบัติตนเมื่อถูกสุนัขกัด

ปัญหาการถูกสุนัขกัดมีให้พบเห็นอยู่มากและเป็นสาเหตุที่นำไปสู่การติดเชื้อต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องได้ เราจึงควรศึกษาวิธีการปฏิบัติตนเมื่อถูกสุนัขกัดไว้ เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือกับปัญหาสุขภาพที่อาจตามมาได้อย่างทันท่วงที

ไม่ว่าสาเหตุของการโจมตีจากสุนัขคืออะไร และแผลที่ถูกกัดหรือข่วนจะมีขนาดเล็กหรือใหญ่แค่ไหน สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องตั้งสติ และเริ่มปฏิบัติตนตาม 3 ขั้นตอนดังต่อไปนี้

ขั้นตอนที่ 1: ปฐมพยาบาลผู้ที่ถูกสุนัขกัด

ส่วนใหญ่แล้วเราไม่อาจทราบได้ทันทีว่าสุนัขที่กัดหรือข่วนเรามีการติดเชื้อหรือไม่ ดังนั้น สิ่งแรกที่ควรปฏิบัติทันทีคือการปฐมพยาบาลตนเองหรือผู้ที่ถูกกัดเพื่อทำความสะอาดบาดแผล ดังนี้

1. ชำระล้างบาดแผล

รวมไปถึงอวัยวะส่วนที่สัมผัสกับน้ำลายหรือกรงเล็บสุนัขด้วยน้ำสะอาดและสบู่โดยการถูเบา ๆ เท่านั้น หากแผลลึกให้ล้างจนถึงก้นแผล
(ในกรณีที่น้ำลายสุนัขเข้าตา ให้ใช้น้ำสะอาดล้างตาเท่านั้น แต่ล้างหลาย ๆ ครั้ง)

  1. ล้างแผลและรอบบริเวณแผลด้วยสบู่หรือผงซักฟอกให้สะอาด และล้างแผลด้วยน้ำปริมาณมาก ๆ (น้ำประปาจะสะดวกและดีที่สุด)
  2. ซับแผลให้แห้งด้วยผ้ากอซที่สะอาด
  3. เช็ดแผลด้วยแอลกอฮอล์หรือทิงเจอร์ไอโอดีน
  4. กรณีแผลเหวอะหวะให้ปล่อยแผลไว้โดยไม่ต้องเย็บแผล แต่ปิดแผลด้วยผ้าก๊อซสะอาด
  5. แนะนำให้ฉีดยาป้องกันโรคบาดทะยักที่โรงพยาบาลหรือสถานีอนามัย

2. ฆ่าเชื้อที่บริเวณบาดแผล

โดยใช้สำลีสะอาดชุบแอลกอฮอล์ โพวิโดนไอโอดีน ทิงเจอร์ไอโอดีน หรือฮิบิเทนในน้ำ จากนั้นเช็ดรอบ ๆ บาดแผลที่ถูดกัดและถูกข่วน ระวังอย่าให้แผลช้ำ และไม่ต้องทาครีมใด ๆ เพิ่มเติม

3. พบแพทย์

เพื่อปิดบาดแผลที่มีขนาดกว้างหรือลึกมาก โดยแพทย์จะเย็บแผลอย่างหลวม ๆ เท่านั้น หากบาดแผลมีขนาดเล็ก ควรรอประมาณ 2-3 วันก่อนที่จะรับการเย็บแผล

ขั้นตอนที่ 2: สังเกตลักษณะและอาการของสุนัข

หลังจากที่ได้ทำความสะอาดบาดแผลเบื้องต้นไปแล้ว ให้เฝ้าสังเกตลักษณะและอาการของสุนัขว่ามีการติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าหรือไม่ภายใน 10 วัน โดยสุนัขที่ติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้านั้นอาจมีอาการดุร้ายหรือเซื่องซึม แต่ส่วนใหญ่คือมีอาการอ้าปากตลอดเวลา มีลิ้นห้อย ลุก นั่ง และเดินวนไปมาบ่อยครั้ง ในกรณีที่ติดเชื้อขั้นรุนแรง สุนัขมักมีอาการอ่อนแรงและเดินโซเซก่อนที่จะเสียชีวิตลงในที่สุด

แนะนำให้พบแพทย์ทันทีและขอรับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าหรือโรคกลัวน้ำ หากสุนัขที่กัดถูกจัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าดังต่อไปนี้:

  • สุนัขที่กัดเป็นสุนัขจรจัด
  • สุนัขที่กัดเป็นสุนัขบ้านที่แสดงอาการของโรคพิษสุนัขบ้า ตั้งแต่วันที่กัดหรือภายใน 10 วันหลังจากวันที่กัด
  • สุนัขที่กัดยังไม่มีอาการของโรคพิษสุนัขบ้า แต่ไม่ได้รับวัคซีนกันโรคพิษสุนัขบ้าอย่างต่อเนื่อง
  • สุนัขที่กัดยังไม่มีอาการของโรคพิษสุนัขบ้า แต่ผู้ที่ถูกกัดรู้สึกปวดแผลมากและมีไข้ก่อนที่จะครบ 10 วัน
  • ถ้าสุนัขไม่ตายใน 10 วัน: ไม่ต้องฉีดยาป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า
  • ถ้าสุนัขหายตัวไป: ผู้ป่วย (ผู้ถูกกัด) จะต้องได้รับการฉีดยาป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า
  • ถ้าสุนัขตายภายใน 10 วัน: จะต้องนำหัวสุนัขที่ตายไปโรงพยาบาล เพื่อตรวจดูว่าเป็นโรคพิษสุนัขบ้าหรือไม่ หากตรวจพบว่าสุนัขนั้นเป็นโรค ผู้ป่วย (ผู้ถูกกัด) จะต้องได้รับการฉีดยาป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ถ้าตรวจพบว่าสุนัขนั้นไม่เป็นโรค ผู้ป่วย (ผู้ถูกกัด) ไม่ต้องรับการฉีดยาป้องกัน

หากสุนัขที่กัดเป็นสุนัขบ้านที่ได้รับวัคซีนอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดและไม่มีอาการของโรคพิษสุนัขบ้าภายใน 10 วัน ผู้ที่ถูกกัดไม่จำเป็นต้องขอรับวัคซีนกันโรคพิษสุนัขบ้า (อ่านเพิ่มเติมในขั้นตอนที่ 3)

ขั้นตอนที่ 3: รับวัคซีนพิษสุนัขบ้า

วัคซีนที่เกี่ยวข้องในกรณีที่ถูกสุนัขกัดหรือข่วนคือ วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าหรือโรคกลัวน้ำ และ วัคซีนป้องกันบาดทะยัก



PINTHONG GROUP MANAGEMENT AND CONSULTANTS CO.,LTD.
81/109 Moo 1 ,Rama 2 Road, Thakham, Bangkuntien, Bangkok 10150 Thailand
Telephone : 0 - 2416- 9779 (12 Lines) Fax : 0 - 2417- 0154-9 Email : pmc@pinthong-group.com
© 2016 PinthongGroup.Inc.All Rights Reserved.